ค่าใช้จ่ายสำหรับลูกนั้นสำคัญไฉน

ในสมัยนี้ค่าใช้จ่ายมากมายค่อนข้างสูงไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว ค่าใช้จ่ายส่วนตัว โดยเฉพาะค่าการศึกษาของบุตร ที่นับวันยิ่งแพงขึ้นเรื่อย ๆ เคยมีงานวิจัยต่าง ๆ ลองสำรวจและเขียนออกมาโดยการคำนวณคร่าว ๆ ว่า แต่ละครอบครัวนั้น หากมีลูกหนึ่งคนจะต้องใช้เงินไปเท่าไรเริ่มตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงเรียนจบ ซึ่งเมื่อเขาประเมินออกมาแล้วค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ประมาณ 12 ล้านบาทต่อคนถือว่าค่อนข้างแพง หากครอบครัวไหนไม่วางแผนอาจจะทำให้เกิดการขาดสภาพคล่องและมีปัญหาได้ ดังที่เราเคยเห็นในหลาย ๆ ตัวอย่าง

การวางแผนการในเรื่องค่าใช้จ่ายบุตรที่ดีนั้น พ่อแม่ควรเริ่มวางแผนตั้งแต่บุตรอยู่ในท้อง หรือตั้งแต่เพิ่งเริ่มแต่งงานว่าจะจัดสรรค่าใช้จ่ายเหล่านี้อย่างไร ซึ่งมีรูปแบบดังต่อไปนี้shutterstock_113928166

  1. ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นของลูก เช่น ค่านม ค่าอาหาร ค่าเสื้อผ้า เพราะแต่ละช่วงวัยนั้นจะไม่เหมือนกัน เช่น วัยที่เป็นทารก จะมีค่าผ้าอ้อม ค่านม ที่ค่อนข้างแพงและต้องใช้จ่ายอยู่เป็นประจำ
  2. ค่าการศึกษา ซึ่งสามารถแบ่งได้ตามช่วงวัย คือ วัยอนุบาล วัยประถม วัยมัธยม และมหาวิทยาลัย ส่วนนี้พ่อและแม่สามารถประหยัดได้คือ อาจจะส่งลูกให้เรียนในโรงเรียนของรัฐบาลเพราะโรงเรียนรัฐบาลค่าเทอมจะไม่แพง มีโอกาสมากมายมาให้ลูก ๆ เช่น ทุนการศึกษาให้กู้ยืม ทุนการศึกษาให้เปล่า เป็นต้น และหากพ่อแม่เป็นข้าราชการ การที่ลูกได้เรียนในโรงเรียนรัฐบาลค่าเทอมนั้นพ่อแม่สามารถเบิกคืนได้ทั้งหมด ถือว่าช่วยประหยัดในส่วนนี้ได้ดี
  3. ค่าใช้จ่ายส่วนอื่น ๆ เช่น ค่าซื้อของใช้ ค่าของเล่น ค่าไปเที่ยว ค่าพี่เลี้ยง ค่ารถรับส่ง เป็นต้น ซึ่งหากคิดรวม ๆ กันก็มากพอสมควร ในการจัดสรรค่าใช้จ่ายส่วนนี้พ่อแม่ควรวางแผนอย่างรัดกุมและมีการตั้งข้อตกลงในการใช้จ่ายกับลูกตัวเองว่าควรใช้เงินอย่างไร ตัวอย่างเช่น หากลูกต้องการซื้อของเล่น ก็อาจจะอธิบายว่าสามารถซื้อได้เดือนละครั้ง หรือต้องทำงานเพื่อแลกกับของเล่นชิ้นใหม่ เป็นต้น
  4. พ่อแม่ควรมีการปลูกฝังเรื่องการใช้จ่ายให้กับลูกของตัวเอง ว่าควรใช้เงินอย่างไรถึงจะเหมาะสม เช่น สอนวิธีประหยัดเงิน สอนวิธีออมเงินที่เหลือมาจากโรงเรียน เป็นต้น เพื่อเป็นพื้นฐานเรื่องวินัยในการใช้จ่ายให้กับตัวเองได้

การวางแผนค่าใช้จ่ายของบุตรนอกจากพ่อแม่เป็นผู้จัดสรรให้แล้ว อีกวิธีที่สามารถช่วยได้คือการปลูกฝังลูกน้อยตั้งแต่เด็ก ๆ เพื่อจะช่วยในเรื่องนี้อีกแรง คือ ลูกควรรับรู้เรื่องสถานะทางการเงินที่บ้านตนเองเพื่อเข้าใจในเรื่องการใช้จ่าย

เรื่องของค่าใช้จ่ายของบุตรนั้นไม่ใช่ว่าเราวางแผนเอาไว้แล้วและสามารถดำเนินตามแผนการได้เสมอไป เพราะมีหลากหลายปัจจัยในการดำเนินชีวิต เช่น สภาวะทางเศรษฐกิจ การทำงานของพ่อและแม่ เหตุการณ์ฉุกเฉิน ดังนั้นในการวางแผนเรื่องการใช้เงินควรคิดสำรองไว้หลาย ๆ ทาง เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจจะเกิดได้ เท่านี้ครอบครัวของคุณก็จะหมดปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายของบุตรแล้ว